เที่ยวเมือง สาเก ต้อง สาเก ตาม !! พาเที่ยวเมืองฮิเมะจิ (Himeji) จ.เฮียวโงะ คันไซ ประเทศญี่ปุ่น

สวัสดีคร้าบเพื่อนๆ ล่าสุดผมไปญี่ปุ่นมา แต่คราวนี้ไม่ได้ไปย่านช้อปปิ้ง เมืองใหญ่ หรือสวนสนุกแต่อย่างใด
…คราวนี้ผมไปตะลุยเมืองฮิเมะจิ (Himeji City) จ.เฮียวโงะ ภูมิภาคคันไซ ซึ่งเดินทางจากสนามบินคันไซ
(Kansai Airport) ราวๆ 2.30 ชม. หรือห่างจากโอซาก้า (Osaka) ชม. กว่าๆ… หลายท่านคงเคยมา
หรือได้ยินกันบ้างแล้ว ว่ามาที่นี่ห้ามพลาด ปราสาท ฮิเมะจิ (Himeji Castle) หนึ่งในปราสาทขาวที่สวยที่สุดของญี่ปุ่น
เปิดเข้าชมได้ถึง 16.00 ทุกวัน ภายในโอ่โถง คลาสสิคตามฉบับญี่ปุ่นดั้งเดิม ก่อด้วยการซ้อนหินยักษ์จำนวนมาก
และยึดความมั่นคงด้วยเสาไม้เก่าแก่ สลับขั้นมากมาย เรียกว่าแข็งแรงมาก พร้อมจุดกลยุทธ์จัดการศัตรูมากมาย
ทั้งช่องยิงธนู/ปืน แท่นวางอาวุธตามจุดต่างๆ รวมถึงทางเดินหลอกล่อ และขั้นบันไดถี่ยิบ กว่าจะขึ้นไปถึงตัวโชกุน
ต้องมีลากเลือด …เหมือนตัวเองที่เดินขึ้น-ลง ก็มีหอบเบาๆ แต่นับว่าคุ้มค่าแก่การมาครับ… สิ่งที่อยากจะเล่าต่อคือ
ยังมีแหล่งท่องเที่ยว และความโดดเด่นอื่นๆรออยู่ เผื่อใครจะวางแผนมาเที่ยวสัก 3 วัน
จะได้คุ้มค่ากับการมาปราสาทแล้วเที่ยวต่อด้วยเลยคร้าบ

เมืองนี้ เขาขึ้นชื่อเป็นเมืองแห่งสาเก เพราะว่าเป็นเมืองที่เพาะข้าวสาเกพันธุ์ที่ดีที่สุดอันดับ 1 ได้แก่
ยามาดะ นิชิกิ (Yamada Nishiki) คว้ารางวัลสาเกมาแล้วทั่วโลกเลยล่ะ เกือบ 90% ของสาเกที่ใช้แข่งขัน
ต้องผลิตจากข้าวพันธุ์นี้ ด้วยพื้นที่ของเมืองที่มีความอุดมสมบูรณ์ ลงตัวทั้งอากาศ น้ำจากบึง และพื้นดิน
เหมาะกับข้าวที่ปลูกเพื่อทำสาเกนั่นเอง จุดกำเนิดสาเกที่เล่าขานก็คือ ศาลเจ้านิวาตะ (Niwata Shrine)
เมืองชิโสะ (Shiso City) ติดกับฮิเมะจิ ราว 1 ชม. ศาลเก่าแก่กว่า 2500 ปี ที่แห่งนี้มีน้ำที่บริสุทธิ์ และผู้คนชอบเอาข้าว
และสาเกมาถวายเพื่อบูชาเทพเจ้าด้วย อากาศดีมาก คันทรีมากๆย่านนี้ การเดินทางต้องเช่ารถขับมาคร้าบ

ถัดจากศาลเจ้า ก็ขับวิ่งเล่นกันอยู่ในเมืองชิโสะ มีโรงสาเกดีๆหลายโรง ที่สะดุดตาเลยคือ ซันโชว Gallery
(Gallery Sanshou) ปรับทาวน์เฮ้าส์โบราณเล็กๆ มาเป็นคาเฟ่เก๋ๆ พร้อมเมนูเด่น “ชิฟฟอนเค้กสาเก”
นำกากสาเกมาเป็นส่วนผสม นอกจากเนื้อนุ่มแล้วยังได้รสสาเกอ่อนๆแบบไม่มีแอลกอฮอร์ กินกับวิปครีมและผลไม้
อร่อยยยจุงงงง

ต่อด้วยโรงสาเกซันโยไฮ (Sanyouhai Shuzo) ไปถูกจังหวะ เค้ากำลังทำ Super Premium Sake
เตรียมแข่งระดับโลกพอดี ใช้วิธีกรองผ่านถุงผ้าให้คงรสเต็มเปี่ยม ได้ลองชิมด้วยครับ รสหวานอ่อนๆ
หอมข้าวและผลไม้มากๆ ถ้าขายตกขวดละหมื่นเยนเลย(ราคาในประเทศ ถ้าส่งออกยิ่งแพง) เลิฟเลย

ส่วน(Oimatsu Shuzo) มีพื้นที่ค่อนข้างใหญ่ กำลังผลิตสูง ใช้วิธีบีบอัดด้วยหีบเครื่องใหญ่ ตัวที่ผมลองแล้วชอบมากคือ
สาเกส้มยูซุ ดีงามไม่แพ้เหล้าบ๊วยเลยครับ ก่อนแวะเมือง มิกิ (Miki City) เข้าชมแหล่งรวบรวมประวัติข้าวสาเก
ไว้อย่างครบถ้วน ที่ Yamada Nishiki’s House

ด้านเมืองอาโกะ (Ako City) ก็มีโรงสาเกฮอนดะ ได้ตะลุยโรงสาเกขนาดตั้งแต่ Local ที่มีพนักงาน 3 คน
ไปถึงระดับโรงงาน เกือบร้อยชีวิต แต่ละแห่งมีสูตรการหมัก หีบอัดเพื่อกรองสาเก ต่างกันไปจนได้รสสาเกที่เป็น
เอกลักษณ์สืบต่อจากรุ่นสู่รุ่น แล้วมุ่งหน้าไปกินมื้อเที่ยงกันที่ Ikushima ร้านเล็กๆแต่อบอุ่นกับสองสามีภรรยาใจดี
ที่จะคอยสรรหาวัตถุดิบเด็ดในแต่ละช่วงมาปรุงเป็นอาหารชุดสุดฟิน อย่างตอนผมไป ปลาย ก.พ. 61 ได้ลิ้มรส
ชุดหอยนางรมอวบๆ หวานฉ่ำ แกล้มสาเก อร่อยมากๆครับ

ใกล้ๆกันเป็นย่านเมืองเก่า Sakochi เดินเล่น ชมหาดได้เพลินตา ชิลดีครับ

กลับเข้ามาที่ ฮิเมะจิ ชมโรงนาดะกิคุ (Nadagiku Brewery) ที่นี่ผมว่าปรับตัวได้ดีมาก คือนอกจากจะผลิตสาเกแล้ว
ยังนำโรงเก่ามาประยุกต์เป็นร้านอาหารไว้รองรับนักท่องเที่ยว รวมถึงเมนูอาหารก็มีการผสมผสานสาเกเข้าไปปรุง
โดยเฉพาะนาเบะสาเกหม้อร้อนที่รสชาติหวานกลมกล่อมยอดเยี่ยมสุดๆไปเลย

นอกจากนี้ก็ได้ร่วมงาน Harima Delicious Sake – Gastronomy Party ครั้งที่ 10 รวม 22 โรงสาเกมานำเสนอทีเด็ด
ของตัวเองอย่างสนุกสนาน ผู้เข้าร่วมงานเยอะมากๆ เพลินกันใหญ่ แถมได้ลองชิมคู่กับอาหารหลายประเภท
ทำให้รู้ว่าสาเกก็มีวิธีดื่มมากมาย ทั้งคู่กับอาหารทะเล ของทอด ของต้ม ของรสหวาน ฯลฯ เรียกว่าอาจจะมีการแพริ่ง
เข้าคู่ได้มากกว่าไวน์ซะอีก เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่ได้จากทริปนี้เลยครับ

สำหรับที่พักทริปนี้คือ Nikko Himeji ระดับ 4 ดาว ห้องสะอาด เดินทางสะดวก เดินไปปราสาทก็เกือบ 30 นาทีเพลินๆ
อยู่ใกล้สถานีรถไฟ รถบัส ครบครัน ติดห้าง Piole ที่มีของกิน ของช้อปเพียบ วิวด้านนอกสวยมากๆๆๆๆ
โดยเฉพาะเมื่อนั่งกินที่ร้าน Nana’s green tea สาขาห้าง Piole ชั้น 2 วิวดีมากกก ถ้าได้นั่งมุมดีๆ มองตรงไปสุด
จะเห็นปราสาทฮิเมะจิด้วยเลย …นั่งชิลๆจิบชาหอมๆ ขนมหวาน เค้ก ไอศกรีม มีให้เลือกเพียบบบ… ฟินๆครับ

แล้วยังมีย่านของกินเดินชิลได้ยาวๆไป ร้านส่วนมากจะเปิดกัน 11.00-21.00 น. เจอ Oraga Soba ทีเด็ดคือโซบะเนื้อ
เสิร์ฟแบบสึเคเม็ง คือมาจุ่มกับซุปเนื้อแนวสุกี้ดำ ตีไข่สักหน่อย โคตรอร่อยบอกเลยยย ชามนี้ 680 เยน คุ้มค่ามากค้าบ
ปริมาณเยอะมากกกกก หรือจะลองร้าน Tonichi ข้าวหมูทงคัตสึคือของเด็ด แต่ที่อยากให้ลองกันคือ
ข้าวสเต๊กหมูฉ่ำซอส เนื้อหนาแน่นเต็มปากเต็มคำ

ร้าน Fukutei Himeji เสิร์ฟอาหารญี่ปุ่นเป็นคอร์สและ A la carte แบบหรูหรา อร่อยถ้วนหน้า แล้วจบที่
Kokoromi Sake Standing Bar ที่มีจุดเด่นคือเลือกสาเกตามความชอบได้ด้วยการกดค้นหาที่หน้าจอ
เช่น ค้นหาด้วย ราคาต่อช็อต รส ปี ความแรง ฯลฯ น่าสนใจใช่มั้ยล่ะ

…และเมื่ออิ่มฟิน พอกรึ่มๆแล้ว ก็เดินเล่นย่อยรับลมหนาวกันได้ นับเป็นอีกเมืองที่น่าหาเวลา
จัดแพลนไปเที่ยวกันดูนะครับ โดยเฉพาะคนชอบสาเกน่าจะถูกใจเมืองนี้ไม่น้อยเลยทีเดียว